เสขิยธรรม -
จดหมายข่าวเสขิยธรรม
หน้าแรก | สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | แผนผังไซต์

เสขิยธรรม ฉบับที่ ๖๑
กรกฎาคม - กันยายน ๒๕๔๗

แวดวงเสขิยธรรม
กองบรรณาธิการ : รายงาน

ประชุมใหญ่เสขิยธรรม ครั้งที่ ๑๕ ประจำปี ๒๕๔๗

ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ ๑๕ แล้ว สำหรับการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของกลุ่มเสขิยธรรม ซึ่งเป็นกิจกรรมใหญ่ประจำปีในการพบปะพูดคุยกับบุคคลในเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุ สามเณร แม่ชีและฆราวาสชายหญิง อันเป็นกลุ่มบุคคลที่ห่วงใย ต่อสภาวการณ์ของพระพุทธศาสนาและสังคมไทยปัจจุบัน มีการทำงานที่เน้นการประยุกต์ใช้ศาสนธรรมอย่างสมสมัย ทั้งนี้ก็เพื่อพัฒนาตนเอง ผู้อื่นและสังคมเป็นสำคัญ โดยปราศจากการตอบแทนเชิงทุนนิยม ที่ผ่านมาการเติบโตภายในค่อนข้างก้าวหน้า พิจารณาจากจิตใจที่เปิดกว้างต่อกิจกรรมในส่วนต่าง ๆ ของบุคคลในเครือข่ายมากยิ่งขึ้น ความสัมพันธ์กับบุคคลภายนอกที่ดีมาก ดูได้จากสังคมให้การยอมรับที่มากล้น ด้วยการร่วมมือกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งด้านเรื่องสิ่งแวดล้อม งานระหว่างศาสนา สันติภาพ การศึกษาและความเห็นร่วมกันในเรื่องศีลธรรมของสังคมไทย และนั่นคือกิจกรรมที่ทำไปแล้วที่รอการไตร่ตรองสำหรับปีนี้

          ปี ๒๕๔๗ นี้ คณะกรรมการดำเนินงานจึงมีมติให้ประชุมที่วัดลานช้าง ตำบลหลักแก้ว อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ระหว่างวันที่ ๑๐–๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๗ ที่ผ่านมา เพื่อให้มีการทบทวนหน้าที่บทบาทการทำงานในแต่ละส่วนที่มอบหมายไปและที่ทำอยู่ สร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่พัฒนาตลอดหนึ่งปีของสมาชิก ปวารณาเพื่อขัดเกลาพฤติกรรมและกระบวนการคิดแบบเสขิยธรรม พร้อมส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ที่ประจักษ์มาตลอดปีของบรรดาสมาชิก โดยมีสมาชิกรับเป็นเจ้าภาพสถานที่ คือ พระเจษฎา สมาหิโต เจ้าอาวาสหนุ่มรูปใหม่ ปีนี้ พระครูมงคลวรวัฒน์และพระครูศรีรัตนโสภณ สหธรรมิกดั้งเดิมจากจังหวัดหนองบัวลำภูเข้าร่วมประชุมด้วย และเป็นธรรมเนียมที่ว่าก่อนประชุมใหญ่ประจำปี คณะกรรมการจะมีการประชุมวาระพิเศษเพื่อเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ ดังนั้น ในช่วงค่ำของวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๗ คณะกรรมการดำเนินงานจึงได้ประชุมกันในวาระที่กำหนดไว้ ซึ่งทำให้ได้บทสรุปในการเสนอต่อที่ประชุมใหญ่พอสมควร

          การประชุมวันแรก ช่วงเช้าคณะกรรมการและสมาชิก ได้ร่วมกิจกรรมด้านศาสนพิธีกับชาวบ้านและนักเรียน เนื่องในวันพระ จากนั้นคณะกรรมการและสมาชิกได้ประชุมกัน โดยมีชาวบ้านเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ประมาณ ๓๐ คน หลังจากแนะนำตัวกันต่อที่ประชุมใหญ่แล้ว สมาชิกแต่ละท่านได้เล่าให้ฟังถึงงานที่ทำในพื้นที่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ปิดท้ายช่วงเช้าด้วยการเสนอแนะการทำงานของกลุ่มเสขิยธรรม จากพระครูมงคลวรวัฒน์ ช่วงบ่ายมีการจัดกิจกรรมให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับกิจกรรมที่กลุ่มเสขิยธรรมทำอยู่ ที่จะทำต่อไปและกระบวนการจัดงานในการประชุมใหญ่ครั้งนี้ สรุปโดยภาพรวมสมาชิกมีความเห็นว่า กิจกรรมที่ทำมามีความหลากหลายดี โดยเฉพาะประเด็นร้อน ที่กลุ่มสามารถแสดงความคิดเห็นและทางออกต่อสังคมได้อย่างทันท่วงที ทำให้เกิดการยอมรับจากกลุ่มบุคคลภายนอกมากขึ้น ส่วนที่บกพร่องคือการจัดการภายในที่ยังไม่คล่องตัว ทำให้เสริมบทบาทที่แสดงต่อสังคมได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น การสัมพันธ์กับสมาชิกยังต้องทำให้มีความแนบแน่นกว่าที่ทำอยู่ ช่วงค่ำได้ประชุมต่อในประเด็นที่ค้างไว้ ซึ่งสมาชิกได้แสดงข้อคิดเห็นถึงกิจกรรมอาจต้องทำเพิ่มในอนาคต โดยแบ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำเร่งด่วน เรื่องที่ต้องทำอันดับรองลงไป เรื่องที่น่าจะทำและเรื่องที่ต้องทำสม่ำเสมอ สำหรับการเลือกตั้งกรรมการดำเนินงานนั้นไม่มี เพราะว่ากรรมการดำเนินงานชุดเดิมดำรงตำแหน่งจนสิ้นปี ๒๕๔๗ ตามมติของที่ประชุมใหญ่ครั้งที่แล้ว

          วันที่สองของการประชุม มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการณ์ทั้งหมดตามความเห็นของสมาชิก วันนี้หลังจากไปร่วมบิณฑบาตรับศรัทธาชาวบ้านรอบ ๆ วัดแล้ว จึงจัดโปรแกรมเป็นการไปดูงานในสถานที่ต่าง ๆ ของจังหวัดอ่างทอง สถานที่แรกคือวัดม่วง วัดนี้มีสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โต มีรูปปั้นของเทพเจ้าต่าง ๆ ภายในเขตวัดทั้งฮินดู ขงจื้อและความเชื่อดั้งเดิมแบบไทย ๆ ที่สำคัญมีตู้รับบริจาคเยอะมาก ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าวัดเน้นเรื่องทานและการทำบุญที่คนทั่วไปเข้าใจและเชื่อถือเป็นส่วนมาก สถานที่ต่อมา ได้ไปเยี่ยมชมหมู่บ้านจักสานไม้ไผ่ ซึ่งเป็นสินค้าโอท๊อปของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า ตะกร้า โคมไฟและของใช้ประจำเรือนอีกมากมาย นอกจากนั้นยังมีสถานีวิทยุชุมชนอีกด้วย ซึ่งพระใบฎีกาสุทัศน์ วชิราโณ ได้ร่วมออกรายการประมาณ ๑๐ นาที สมาชิกฉันเพลและรับประทานอาหารกลางวันที่นี่ โดยได้รับความสนับสนุนกจากญาติธรรมชาวอโศกอ่างทอง สถานที่ต่อมาคือวัดละมุด ซึ่งเป็นวัดที่ส่งเสริมเรื่องการรักษาโรคต่าง ๆ ด้วยสมุนไพร โดยมากจะเป็นการให้ฟรี เขตวัดร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้ชนิดต่าง ๆ และสมุนไพรหลากหลาย สถานที่สุดท้ายได้แก่ วัดป่าโมกวรวิหาร ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา วัดนี้มีพระประธานปางสมาธิองค์ใหญ่และงดงามมาก มีพระอุโบสถและใบเสมาที่แปลกตาน่าชม ที่ผนังด้านในยังมีจิตรกรรมที่แสดงถึงวิถีชีวิตชาวตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ ๔–๕ อีกด้วย และยังมีวิหารสมเด็จโตที่งดงามอยู่ไม่ไกลกัน หลังจากเที่ยวชมเสร็จคณะกรรมการทั้งหมดและสมาชิกบางส่วน ได้เดินทางไปสำนักงานกลุ่มเสขิยธรรม กรุงเทพมหานคร เพื่อประชุมกันในสองวันที่เหลือ

          วันที่สาม ช่วงเช้า คณะกรรมการและสมาชิกได้ไปพบอาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ที่เรือนร้อยฉนำเพื่อพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับกลุ่มเสขิยธรรม ทั้งด้านการทำงานที่ผ่านมาและบทบาทที่พึงแสดงต่อสังคมในอนาคต ซึ่งท่านยังคงเน้นเรื่องการเอาธรรมะและศาสนพิธีมาประยุกต์ใช้อย่างสมสมัย การเข้าใจในศีล–สมาธิ–ปัญญาแบบใหม่ รู้จักเข้าใจตัวเอง–สังคมและรู้เท่าทัน พร้อมทั้งเข้าใจโครงสร้างของชีวิตด้วย ที่สำคัญคือมีความฉลาดในอุบายต่อความสัมพันธ์กับคณะสงฆ์ รัฐและประชาชนทั่วไป ในโอกาสนี้อาจารย์สุลักษณ์และครอบครัวได้ทำบุญถวายภัตตาหารเพลและหนังสือ แก่คณะของเราอีกด้วย

          ช่วงบ่าย คณะกรรมการและสมาชิกทั้งหมด ได้ไปร่วมฟังปาฐกถาประจำปีของเครือข่ายชาวพุทธเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคมไทย (คพส.) เรื่อง จุดเปลี่ยนจริยธรรมคนไทยในยุคทักษิโณมิกส์ ที่หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

          วันที่สี่ ช่วงเช้าได้มีการสรุปการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ที่สำนักงานกลุ่มเสขิยธรรม คลองสาน ว่ามีอะไรที่เป็นประเด็นสืบเนื่องในการทำงานต่อไปในอนาคตบ้าง ความสัมพันธ์กับสมาชิกเป็นยังไง หน้าที่ของกรรมการฝ่ายต่าง ๆ จะแบ่งแบบไหน และเรื่องอื่น ๆ หลังจากฉันเพลและรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว กรรมการและสมาชิกได้แยกย้ายเดินทางกลับ

          ในการประชุมปีนี้ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการณ์หลายอย่าง แต่ก็มีเรื่องที่น่ายินดีอยู่หลายเรื่อง ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการมาร่วมประชุมของสมาชิกกลุ่มเสขิยธรรรมรุ่นบุกเบิกอย่างพระครูมงคลวรวัฒน์ ที่ทำให้รู้สึกว่ามีพระผู้ใหญ่ที่ท่านติดตามการทำงานของเราอยู่อย่างเงียบ ๆ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยบูรพาชลบุรี ซึ่งเป็นเยาวชนวัยรุ่นใหม่ที่สนใจงานด้านศาสนาและการพัฒนาสังคมหันมาให้ความสนใจมากขึ้น ทำให้เราเชื่อว่าศาสนาทายาทด้านการทำงานทำนองนี้ยังคงมีการสืบเนื่องต่อไป และสมาชิกฆราวาสชาวสุพรรณบุรีที่แวะมาสังเกตการณ์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ด้วยสภาวการณ์ดังกล่าว เราเชื่อมั่นว่าการทำงานของกลุ่มมีพัฒนาการที่ดีและได้รับการตอบสนองจากสังคมด้านบวก และนั่นหมายความว่ากลุ่มเสขิยธรรมยังคงมุ่งมั่น สืบสานงานเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคมตลอดไป...

หน้าแรก | กลุ่มเสขิยธรรม | ความเคลื่อนไหว | ประเด็นร้อน | ศาสนธรรมกับชีวิตและสังคม
นักบวชกับสังคมร่วมสมัย |> จดหมายข่าวเสขิยธรรม | รวมเว็บน่าสนใจ | แผนผังไซต์
เสขิยธรรม skyd.org
สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน

กลุ่มเสขิยธรรม ภายใต้มูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ ๑๔/๖๓ หมู่บ้านสวยริมธาร ๒ ซอย ๕
ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก แขวง/เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ๑๐๑๗๐
โทร. ๐๒-๘๐๐-๖๕๒๖ ถึง ๘, ๐๖-๗๕๗-๕๑๕๖ โทรสาร ๐๒-๘๐๐-๖๕๔๙
... e-mail :