เสียงจากชุมชนตะโหมด
กรุงเทพธุรกิจ
จุดประกายปริทัศน์
วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖
หลายคนคงเคยได้ยิน
และรับรู้เรื่องราว ของชุมชนเข้มแข็ง สภาลานวัดตะโหมด อ.ตะโหมด
จ.พัทลุง พวกเขาจะมารวมตัวกัน ที่ลานวัด เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรม
และแก้ปัญหาต่างๆ ในชุมชน
สภาลานวัดมีการจัดตั้งคณะกรรมการฝ่ายบริหาร
โดยมี พระครูอุทิตกิจจาทร เจ้าอาวาสวัดตะโหมด เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน
พวกเขาจะมาพบปะกันเดือนละครั้งเพื่อหาแนวทางพัฒนาหมู่บ้านร่วมกัน
ในปี ๒๕๓๘ สภาลานวัดตะโหมด มีสมาชิก ๕๐ คน และปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน
๑๕๐ คน
นอกจากช่วยเหลือเกื้อกูลกันภายในชุมชนแล้ว
ชุมชนตะโหมดยังรวมตัวกันทำโครงการป่าชุมชนให้สมาชิกช่วยกันดูแลรักษาป่า
ไม่ให้ป่าถูกทำลาย เพราะเท่าที่ผ่านมามีการบุกรุกพื้นที่ป่า ตัดไม้และทำสวนยางพารา
ปัจจุบันชุมชนลานวัดตะโหมดกำลังมีปัญหา
เนื่องจากหน่วยงานรัฐกำลังจะสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ป่าชุมชน หากพื้นที่ป่าบางส่วนถูกสร้างเป็นอ่างเก็บน้ำ
ระบบนิเวศน์ในป่าจะถูกทำลายไปด้วย
ผมจำได้ว่าเมื่อปี
๒๕๒๕ ป่าเขาหัวช้างเริ่มถูกทำลาย ทำให้น้ำในห้วยแห้งขอด เราจึงมาคิดกันเรื่องป่าชุมชน
มีการจัดการป่าร่วมกันประมาณปี ๒๕๔๓ พื้นที่ป่าแถบนี้ยังมีปัญหาแนวเขตป่าสงวนทับที่ทำกินของราษฎร
วรรณ ขุนจันทร์ ผู้นำชุมชนชาวตะโหมด วัย ๗๐ ปี เล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม
ชุมชนตะโหมด กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ปี ๒๕๔๗ คาดว่าจะมีการสร้างอ่างเก็บน้ำที่เขาหัวช้าง
เพื่อเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ระหว่างอำเภอ ซึ่งชุมชนเห็นว่า อ่างเก็บน้ำไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ
เพราะคนในชุมชนอาศัยแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่ไหลจากภูเขา มีทำนบเล็กๆ
กั้นน้ำเพื่อประโยชน์ในการใช้สอย
เรามีปัญหาเรื่องน้ำ
เพราะการทำนาปรังต้องการน้ำทั้งปี กว่าน้ำจะไหลมาสู่พื้นที่ อ.บางแก้ว
โดยเฉพาะฤดูแล้งมีปริมาณน้ำน้อยมาก เราเคยประชุมหารือกับชุมชนตะโหมดเกี่ยวกับปัญหาการใช้น้ำ
แต่ก็ไม่มีข้อสรุป ประกอบ แดงปรก ผู้นำเกษตรกร อ.บางแก้ว
จ.พัทลุง กล่าว
นี่คือตัวอย่างหนึ่งของความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากรน้ำระหว่างชุมชน
ซึ่งกรณีดังกล่าว ระบบการจัดการน้ำของชลประทาน ไม่อาจแก้ปัญหาให้ชุมชนได้
ในอดีตชุมชนบางแก้วใช้ระบบน้ำตามธรรมชาติ
กระทั่งเข้าสู่ระบบการจัดการน้ำของชลประทาน และปัจจุบันกำลังมีปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อใช้ในการกสิกรรม
ขณะที่ชุมชนบางแก้ว
ต้องการอ่างเก็บน้ำเพื่อใช้ในฤดูแล้ง แต่ชาวตะโหมดไม่ต้องการน้ำ
เพราะพวกเขาเชื่อว่า หากดูแลรักษาป่าให้สมบูรณ์ ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำ
ถ้าใช้ระบบกั้นน้ำตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้านจะไม่เดือดร้อนแบบนี้
เพราะแบบแผนของราชการทำให้พื้นที่นาต่างอำเภอไม่ได้รับน้ำอย่างทั่วถึง
ตอนที่รัฐสร้างทำนบก็ไม่อาจเก็บน้ำได้ ก็เลยสร้างฝาย จากนั้นมาทำอ่างเก็บน้ำ
วิธีการแบบนี้ทำลายพื้นที่ป่า ทำลายทรัพยากร ถ้าชุมชนไม่จัดการป่าเอง
ก็จะอยู่ไม่ได้ วรรณ ผู้นำชุมชนตะโหมด กล่าว
จากเหตุการณ์ดังกล่าว
ทำให้ชุมชนตะโหมดพยายามออกตรวจตราพื้นที่ป่าชุมชนที่พวกเขาปลูกป่าให้เขียวชอุ่มมาตลอดหลายปี
เพราะเห็นว่าป่าคือที่พึ่งของชุมชน
มีคนเอาพืชเศรษฐกิจพวกทุเรียน
และอีกหลายชนิดมาปลูกในป่าชุมชน มีคนภายนอกเข้ามาพยายามตักตวงผลประโยชน์
โดยเฉพาะเรื่องเอกสารสิทธิที่ดิน คนในชุมชนไม่เคยมีใครรู้ว่ารัฐจะสร้างอ่างเก็บน้ำ
ถ้ามีการตัดไม้ใหญ่เพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำในอนาคต พวกเราไม่เห็นด้วย
เสียงสะท้อนจากคนในชุมชนสภาลานวัดตะโหมด
กรณีดังกล่าว
ชุมชนพยายามสะท้อนให้เห็นว่า รัฐไม่ได้ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องการจัดการทรัพยากรน้ำ
ประกอบกับความไม่โปร่งใสในการจัดการที่ดิน ทำให้ชุมชนตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ถ้าคิดจะเอาน้ำจากป่าต้นน้ำชุมชนตะโหมด
เพื่อมาใช้ปลายทางต่างอำเภอเพียงอย่างเดียว อาตมาคิดว่าเป็นมุมมองที่แคบ
อาตมารู้สึกเป็นห่วงเรื่องการหาผลประโยชน์ในเชิงนโยบาย เราอยู่ที่นี่
เรารู้ดีว่าใครรุกล้ำเข้ามาในป่าชุมชน มีคนเข้ามาปลูกทุเรียน เพื่อแปรสภาพพื้นที่ให้มีราคา
ทั้งๆ ที่ชาวตะโหมดไม่เคยแตะต้องพื้นที่ตรงนี้ พระครูอุทิตกิจจาทร
กล่าว
สืบเนื่องมาจากชุมชนต่างเฝ้าระวังพื้นที่ป่าชุมชนมาตลอดหลายปี
พวกเขาไม่อยากให้ใครเข้ามาทำลายพื้นที่ป่า เพราะป่าเป็นแหล่งอาหารและสมุนไพรเพื่อใช้สอยในชุมชน
แต่พื้นที่ดังกล่าวกำลังถูกคนภายนอกพยายามครอบครองสิทธิเพื่อผลประโยชน์
หากป่าชุมชนกลายเป็นสวนผลไม้
จะเป็นเรื่องง่ายในการถือสิทธิในการครอบครองส่วนบุคคล ถ้าพื้นที่ดังกล่าวไม่เป็นป่าชุมชนจะดูแลค่อนข้างยาก
บางคนบอกว่า ชาวบ้านตื่นเกินไป มันน่าตื่นเพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมอยู่ใกล้แค่นี้
คนที่ได้ประโยชน์จากการสร้างอ่างเก็บน้ำ พยายามเข้ามาจับจองพื้นที่ป่า
อาตมาอยู่ในพื้นที่เห็นเรื่องนี้มาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม
พระครูได้แสดงความเป็นห่วงเพราะเห็นผู้บุกรุกป่ามากขึ้นเรื่อยๆ อีกประการหนึ่ง
ก็คือ การแปรสภาพป่าให้กลายเป็นที่ดินส่วนบุคคล กรณีดังกล่าวผู้นำทางธรรมบอกว่า
เคยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชายแดนเข้ามาที่นี่ดูพื้นที่ป่า แล้วสารภาพว่ามีคนชวนให้มาจองพื้นที่ป่าแถวเขาหัวช้าง
เพราะอยากทำเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล
พระครูกล่าวเตือนไปว่า
นั่นเป็นการทุจริต ซึ่งคนนอกชุมชนอาจไม่เข้าใจความรู้สึกของคนในชุมชน
พวกเขารู้ดีว่า กลุ่มไหนจะเข้ามาสร้างปัญหาให้ชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอิทธิพลในตัวจังหวัด
พยายามชักจูงคนในหมู่บ้าน ทำให้ทางสภาลานวัดต้องประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
อาตมาทราบมาว่า
ที่ดินแปลงเดียวกันในป่าผืนนี้ มีเจ้าของเป็นสิบๆ คน มีการแย่งชิงผลประโยชน์
ทั้งๆ ที่เป็นป่าชุมชน แต่มีคนพยายามจับจอง ถ้าจะสร้างอ่างเก็บน้ำ
ก็จะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ไปพิสูจน์ได้เลยว่า ทุกคลองทุกฝายที่ทำขึ้นมา
มีปัญหาทั้งนั้น ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ น้ำในคลองแห้ง อาตมาจึงเห็นว่าการทำคลองหรืออ่างเก็บน้ำไม่มีประโยชน์ในระยะยาว
ปัจจุบันวิธีการจัดการน้ำของชุมชนกำลังมีปัญหา
เพราะไม่มีการดึงภูมิปัญญามาใช้เพื่อเก็บรักษาน้ำ ซึ่งเรื่องนี้ชุมชนตะโหมดพยายามจะจัดการน้ำตามธรรมชาติ
เท่าที่ผ่านมา
ไม่ว่าหาดใหญ่ พัทลุง สงขลา ประสบปัญหาน้ำท่วม ต้องใช้เงินทุนไม่รู้กี่ล้านบาท
ส่วนปัญหาการขาดน้ำในพื้นที่ต่างๆ อาตมามองว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุด
มีการสร้างกระแสการขาดน้ำเพื่อสร้างระบบน้ำขนาดใหญ่ เพราะชุมชนไม่รู้วิธีจัดการน้ำ
กลุ่มการเมืองก็พยายามแสวงหาผลประโยชน์จากงบส่วนนี้ พระครูกล่าวทิ้งท้าย
เพื่อให้เห็นว่าวิธีการจัดการน้ำของหน่วยงานรัฐ
ได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชุมชน และที่น่าเป็นห่วง ก็คือ การทำลายป่าเพื่อสร้างระบบชลประทานขนาดใหญ่..

หมายเหตุ :เว็บบ้านตะโหมด http://bantamod.itgo.com
|