|
แนวคิด ด้านศาสนา
เพื่อฟื้นฟู จิตใจ ผู้ประสบภัย "สึนามิ"
อ.อับดุชชะกูร์ บิน ชาฟิอีย์ ดินอะ (อับดุลสุโก
ดินอะ)
นักศึกษาปริญญาเอกศาสนาเปรียบเทียบมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติ มาเลเซีย
Shukur2004@Chaiyo.com
Fax: 074431354
มติชนรายวัน
คอลัมน์กระแสทรรศน์ วันที่ ๒๒มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ปีที่ ๒๘ ฉบับที่
๙๘๑๔
ด้วยพระนามของอัลลอฮ.ผู้ทรงเมตตากรุณาเสมอ
ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสดามูฮัมมัดและผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีแด่ผู้อ่านทุกท่าน
เป็นที่ทราบกันดีว่าประชาชนชาวไทยและอีกหลายประเทศ
ได้รับผลกระทบอย่างมากกับคลื่นยักษ์สึนามิทั้งร่างกาย ทรัพย์สิน
และจิตใจ ซึ่งมิสามารถประเมินค่าได้ ประชาชาติทั่วโลกรวมทั้งคนไทยได้ร่วมมือร่วมใจอย่างสามัคคีในการส่งความช่วยเหลือต่อผู้สูญเสีย
เงิน วัสดุและสิ่งของนับล้านๆ บาทหลั่งไหลสู่ผู้ประสบภัยอย่างไม่ขาดสาย
แต่การเยียวยาจิตใจต่อผู้สูญเสียซึ่งเงิน
วัสดุและสิ่งของนับล้านๆ บาทอาจช่วยไม่ได้ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
หลายๆ
คนอาจจะคิดสั้นฆ่าตัวตายตามญาติพี่น้องที่เสียชีวิต ดังนั้นนอกจากกรมสุขภาพจิตได้ไปดำเนินการบ้างแล้วน่าจะมีหน่วยงานศาสนาทุกศาสนา
หรือใช้แนวคิดด้านศาสนามาบูรณาการฟื้นฟูจิตใจและแก้ปัญหาโดยมีหน่วยงานของรัฐสนับสนุนงบประมาณ
วัสดุอุปกรณ์ เทคโนโลยี และยานพาหนะ เพราะศาสนาคือแนวทางการดำเนินชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย
และศาสนาเป็นที่มาของระบบคุณค่าทางสังคม
จอห์น
สโตน (อ้างใน รพีพรรณ สุวรรณโชติ .๒๕๓๐ .๑๓๕-๑๓๖) อธิบายว่า
ศาสนา คือระบบของความเชื่อและแนวทางในการปฏิบัติของกลุ่มบุคคล เพื่อสนองความรู้สึกของกลุ่มที่มีต่อสิ่งที่เหนือธรรมชาติและสิ่งศักดิ์สิทธิ์
(ในอิสลาม คริสต์และยูดายคือพระเจ้า) และศาสนามีลักษณะดังนี้
๑)
ศาสนาเป็นเครื่องแสดงความเชื่อของกลุ่มบุคคล มีบทบาทในการกำหนดหรือควบคุมพฤติกรรมของสังคม
๒)
ศาสนาเกี่ยวกับความเชื่อในเรื่องสิ่งที่เหนือธรรมชาติและสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ศาสนาชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ปรากฏอยู่ในชีวิตประจำวัน
๓)
ศาสนาเป็นเครื่องแสดงความเชื่อเฉพาะของกลุ่มบุคคล มนุษย์จะใช้ความเชื่อเหล่านี้อธิบายหรือตอบคำถามในสิ่งที่ตนไม่สามารถตอบได้
๔)
ศาสนาเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดพฤติกรรมของสังคม
๕)
ศาสนาสอนให้มนุษย์เห็นสิ่งที่ดีงามสำหรับชีวิต
๖)
ที่สำคัญศาสนาสอนให้มนุษย์ยอมรับและไม่ยอมแพ้ในทุกสถานการณ์ที่มนุษย์ต้องเผชิญ
เช่นหลักคำสอนของศาสนาอิสลามว่า
ด้วยความอดทนต่อภัยพิบัติดังที่ท่านศาสดามูฮัมมัดได้เคยปลอบขวัญผู้ได้รับภัยพิบัติว่า
"พระเจ้าได้ตรัสว่าเมื่อข้าได้ทดสอบผู้ศรัทธาต่อข้าในเรื่องใดแล้ว
เขาผู้นั้นมีความอดทนโดยเขายอมรับไม่ได้ร้องทุกข์ในความปวดร้าว ซึ่งไม่พึงพอใจต่อข้า
แน่นอนข้าได้ปลดปล่อยเขาให้พ้นจากเฉลยของข้า"
ท่านศาสดากล่าวอีกว่า
"พระเจ้าจะเปลี่ยนเลือดใหม่ให้ดีกว่าเก่า"
ท่านศาสดากล่าวอีกว่า
"หากผู้ใดอดทนต่อภัยพิบัติที่ได้ประสบและยังสรรเสริญภักดีต่อพระเจ้าเพิ่มขึ้น
แน่นอนเขาผู้นั้นเมื่อตื่นขึ้นมาจะสะอาดปราศจากบาปที่เคยทำความผิด
และพระเจ้าจะประทานรางวัลที่มีค่ายิ่งแก่เขาผู้นั้น" (บทวจนะศาสดาโดยสรุปบันทึกโดยอิมามอัลหะกีม
อะห์มัดและอบูยะอ์ลา)
และวันที่
๒๐ มกราคม ๒๕๔๘ เป็นวันตรุษอีดิลอัฎฮามุสลิมที่มีความสามารถจะไปทำฮัจญ์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย
ส่วนผู้ไม่มีความสามารถจะประกอบศาสนกิจที่บ้านและเชือดสัตว์พลีทานแก่คนยากจน
ซึ่งปีนี้น่าจะนำเนื้อดังกล่าวมอบแด่ผู้ประสบภัย "สึนามิ"
และขอพรทุกคนโชคดีและเป็นคนดีของทุกคน
นี่คือส่วนหนึ่งของหลักการศาสนา
ที่จะช่วยปลอบขวัญและเยียวยาจิตใจของผู้เสียในเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิ..

|