๑
และแล้ว "เทศกาล" ก็ผ่านไปอีกครั้ง
โดยมิอาจฉุดรั้งความสุขสมและรื่นรมย์ (หรือหม่นเศร้า?)เอาไว้ได้
ด้วยเงื่อนไข
"เวลา" และ "ภาระ-หน้าที่"
ซึ่งทุกคนจำเป็นต้องเกี่ยวข้อง-รับผิดชอบ
ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง
ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุ
สภานภาพ หรือตำแหน่งหน้าที่ใดๆ
โดยกฎธรรมชาติ
"เวลา" นั้นไม่หยุดนิ่ง และกลืนกินสรรพสิ่งอยู่เป็นนิจ
และ "เวลา" นี้เอง ที่เป็นปัจจัยสำคัญ กำหนดให้ความปรารถนาสามัญ
แปรเปลี่ยนเป็น สุข - ทุกข์ ภายใต้กรอบแห่งความสำเร็จหรือล้มเหลว
ของการเดินทางสู่เป้าหมายที่พึงหวัง ใน "เงื่อนเวลา"
ที่กำหนดไว้
ได้ตามปรารถนาตามเวลาที่คาดไว้
ก็เป็นสุข
ไม่ได้ดังหวัง ไม่ได้ดังเวลาที่ตั้งใจ
ก็เป็นทุกข์
๒
ชีวิตในชนบท
กับวิถีการผลิตโดยอาศัยธรรมชาติ อาจผูกพันกับเวลาบ้าง แต่ยังยืดหยุ่นอยู่มาก
เพราะบางคราวฤดูกาลก็ปรวนแปร ไม่มีใครกำหนดสิ่งใดได้จริงจัง
พาให้ "สุข-ทุกข์" ของผู้คน "ยืดหยุ่น" ตามไปด้วย
นั่นออกจะต่างจาก
ชีวิตเมือง และ วิถีธุรกิจ-อุตสาหกรรม อันซับซ้อน ซึ่งมนุษย์สร้างและกำหนด-พัฒนาเงื่อนไขต่างๆ
ขึ้น อย่างเต็มไปด้วยรายละเอียดและข้อจำกัด เสมือนพันธนาการที่ไร้หนทางปลดปล่อย
ยิ่งชีวิตเมืองใหญ่เช่นกรุงเทพฯ ซึ่งนับวันจะเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งด้วยแล้ว
ทั้ง "เวลา" และ "ภารกิจ" ดูจะยิ่งผูกมัดรัดตรึงจนใครๆ
ก็แทบมิอาจปฏิเสธได้
เป็นชีวิตที่ผูกพันอยู่ด้วย "เวลา" และ "ภาระ"
โดยแท้
"ทุกข์" เช่นใดนั้นมิต้องกล่าวถึง
คำถามคงอยู่ที่ว่า แล้วจะ "สุข" กันได้อย่างไร?
๓
เมื่อเรามิอาจฉุดรั้งเวลาและผลักภาระรับผิดชอบออกไปได้
ทั้งไม่อาจถ่วงดึง "เทศกาลแห่งความสุข" ให้อยู่กับเราดังปรารถนา
ก็คงมิแต่ "สติ" ที่ "เท่าทัน" และ "ปัญญา--ความรู้แจ้ง"
กระมัง ที่จะช่วยให้เราฝ่าข้ามข้อจำกัดของกฎธรรมชาติและกรอบขังที่มนุษย์สร้างขึ้นออกไปได้
หรืออย่างน้อยที่สุด ก็สามารถใช้ชีวิตร่วมกับ "ข้อจำกัด"
เหล่านั้นอย่างมีทุกข์น้อยที่สุด
เพราะ "สติ--ความระลึกได้" และ "ปัญญา--ความรู้แจ้ง"
จะช่วยให้เราสามารถมองเห็น สัมผัส และก้าวผ่าน "สรรพสิ่ง"
ได้ "ตามความเป็นจริง" โดยมี "ท่าทีที่เหมาะสม"
ตามศักยภาพที่เรามีอยู่
ใน
"กระแสแห่งการเปลี่ยนผ่าน" อันยิ่งใหญ่ หากไม่ยกระดับตนเองให้เป็นเช่น
"มหานาวา" อยู่ "เหนือกระแส" และใช้ "สติ-ปัญญา"
เป็น "เข็มทิศ-หางเสือ" เสียแล้ว เราทั้งหลายก็ง่ายที่จะถูกกำหนด
ลดให้เหลือฐานะเพียง "เศษสวะ" เล็กๆ เคลื่อนไหลไปตามยถากรรม
ตามแต่ "กระแส" จะพาไปเท่านั้น
มหานาวาแห่งโลกุตรธรรม
เป็นเช่นใด เข็มทิศ-หางเสือ
ของ สติ-ปัญญา เป็นเช่นใด
ชาวพุทธย่อมทราบกันดีอยู่แล้ว
หากยังไม่ทราบก็เป็นเรื่องที่พึงค้นคว้าศึกษา
และปฏิบัติขัดเกลาเพื่อพัฒนาตนมิใช่หรือ?.. 