จีนปฏิเสธปล่อยน้ำจากเขื่อนลงโขงอ้างภัยแล้ง


จีนประกาศไม่ยอมปล่อยน้ำช่วยเหลือผู้เดือดร้อนปลายสาย อ้างได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง เตรียมรับสภาพปัญหาน้ำแห้งขอดอีก 3-4 เดือน

นายมิติ ยาประสิทธิ์ ประธานกลุ่มรักษ์เชียงแสน เปิดเผยว่า หลังจากที่หลายฝ่ายได้ออกประกาศและส่งหนังสือเข้าไปถึงประเทศจีน เพื่อขอความช่วยเหลือให้ปล่อยน้ำลงมาเพื่อลดความแห้งแล้งในแม่น้ำโขงและช่วยให้ประชาชนปลายสายลำน้ำโขงสามารถสัญจรไปมาได้เป็นปกติ ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมาทางการจีนได้ติดต่อกลับกลับมาผ่านทางจังหวัดเชียงราย โดยมีคำตอบว่าทางจีนไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของประเทศไทยได้ เนื่องจากทางประเทศจีน ขณะนี้ก็กำลังอยู่ในภาวะที่แห้งแล้งเช่นกัน จึงไม่สามารถปล่อยน้ำลงมาช่วยเหลือได้ ดังนั้น ประชาชนริมลำน้ำโขงจึงต้องทนแบกรับกับสภาวะภัยแล้งต่อไป จนกว่าจะถึงฤดูฝนในอีก 3 - 4 เดือนข้างหน้า

“หลังจากความหวังสุดท้ายได้พังทลายไป เพราะจีนออกมาตัดความช่วยเหลืออย่างเด็ดขาดแล้วว่า จะไม่ยอมปล่อยน้ำลงมาช่วย จึงส่งผลให้พี่น้องประชาชนริมฝั่งโขงต้องทนลำบากไปอีก 3 - 4 เดือนอย่างแน่นอน จนกว่าจะถึงฤดูฝน อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์นี้ ทางกลุ่มจะได้ร่วมหารือกับชาวบ้าน เพื่อสรุปความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อเป็นเอกสารประกอบในการร้องขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือต่างๆ เนื่องจากในการดำเนินโครงการต่างๆของจีนเกี่ยวกับแม่น้ำโขง เท่าที่ผ่านมาไม่เคยมีรายงาน หรือกำหนดการแต่อย่างใดว่า จีนจะปล่อยน้ำหรือกักเก็บน้ำในเวลาไหนบ้าง โดยจะ เปิด-ปิด เขื่อนไม่เป็นเวลา และไม่เคยแจ้งล่วงหน้า ”นายมิติ กล่าว

นางสาววาสนา มงคลคลี กรรมการผู้จัดการ หจก.บุญรักษา อิมพอร์ต เอ็กซ์พอร์ต ในฐานะผู้ประกอบการนำเข้า - ส่งออกสินค้า ไปยังประเทศจีน บริเวณอำเภอเชียงแสน กล่าวอีกว่า แม้ว่าผลกระทบจากแม่น้ำโขงจะส่งผลต่อรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้นและรายได้ที่ลดลง เนื่องจากต้นทุนในการขนส่งเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัว แต่การดูแลรักษาลูกค้าเดิมเอาไว้ ก็ถือเป็นอีกสิ่งสำคัญ ซึ่งต้องยอมรับว่าขณะนี้อยู่ในช่วงวิกฤติของผู้ประกอบการค้าส่ง อย่างไรก็ดี ผลกระทบที่ได้รับอยู่ขณะนี้ถือว่าหนักมาก ทำให้ผู้ประกอบการต้องระวังตัวเองมากขึ้น

“ขณะนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะต้องแบกรับกับภาระค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากเดิม ราคา 1.20 บาท ต่อกิโลกรัม ขยับมาเป็น 2-3 บาทต่อกิโลกรัม หลังจากที่หันมาใช้ถนนสายอาร์3เอ ในการขนส่งซึ่งยอมรับว่าหนักหนาสาหัสเหมือนกัน แต่หากมองแบบเหรียญ 2 ด้าน มองทั้งด้านบวกและด้านลบก็จะพบว่า การที่จีนไม่ยอมปล่อยน้ำลงมาช่วยเหลือคงเป็นเพราะความจำเป็น เนื่องจากจีนต้องใช้น้ำในการผลิตไฟฟ้า เมื่อจีนปล่อยน้ำลงสู่แม่น้ำโขง ก็อาจจะส่งผลต่อไฟฟ้าของจีนที่จะลดลงด้วย จึงทำให้จีนยังไม่ยอมปล่อยน้ำมาในขณะนี้ ซึ่งก็ส่งผลต่อประชาชนปลายสายอย่างหนัก ”นางสาววาสนา กล่าว

ด้านนายวินัย ฉินทองประเสริฐ นายด่านศุลกากรอำเภอเชียงแสน กล่าวว่า เส้นทางหลักที่สามารถทดแทนการขนส่งทางเรือได้ดีที่สุด ยังคงเป็นถนนสายอาร์3เอ อยู่ แม้ว่าจะส่งผลกระทบต่อรายจ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นของผู้ประกอบการก็ตาม แต่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องดำเนินธุรกิจต่อไป สำหรับมูลค่าความเสียหายขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ชัด แต่ทั้งนี้ ในส่วนของด่านศุลกากรเชียงแสนถือว่าไม่ได้รับผลกระทบมากนัก นอกจากว่ารายได้จากภาษีการส่งออกและนำเข้าจะลดลงบ้าง แต่ก็ไม่มากจากเดิมเท่าไหร่นัก เพราะสินค้าส่วนใหญ่ก็เป็น 0% อยู่แล้ว ภายใต้กรอบความตกลงเอฟทีเอ

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการติดต่อสอบถามไปยังประเทศจีน เกี่ยวกับการขอให้มีการปล่อยน้ำลงมาเพื่อช่วยลดผลกระทบจากผู้ใช้น้ำในปลายสาย ซึ่งเป็นเรื่องระดับรัฐบาลในการที่จะดำเนินการ แต่ขณะนี้ในระดับจังหวัด ซึ่งเคยมีการประสานงานกันอยู่บ้าง จึงได้สอบถามเข้าไปอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่าทางจีนประกาศชัดเจนที่จะไม่ยอมปล่อยน้ำลงมา เนื่องจากจีนประสบกับปัญหาภัยแล้งเช่นกัน

Tags : แม่น้ำโขง

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/life/20100308/103838/จีนปฏิเสธปล่อยน้ำจากเขื่อนลงโขงอ้างภัยแล้ง.html


โปรดกรอกข้อมูลให้ครบทุกช่อง
ความคิดเห็น :
ชื่อ :
อีเมล์ :

หน้าแรก | ความเคลื่อนไหว | ประเด็นร้อน | บทบัญญัติและคำสอน | ศาสนสัมพันธ์ | บทความ,ข่าว และทัศนะ| ข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน
รวมลิ้งที่น่าสนใจ

 

  เครือข่ายศาสนิกชนแห่งประเทศไทย  ๑๔/๓๗๐ หมู่ ๑๐ ถนนพระราม ๒ ซอย ๓๘
  แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพ ๑๐๑๕๐
  โทรศัพท์ ๐-๒๘๔๐-๑๕๐๔,๐-๒๘๔๐-๑๙๔๙,๐๘-๖๗๕๗-๕๑๕๖
  โทรสาร ๐-๒๘๐๐-๑๒๑๔

  อีเมล: mail@metta.or.th