เสขิยธรรม -
จดหมายข่าวเสขิยธรรม
หน้าแรก | สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | แผนผังไซต์

เสขิยธรรม ฉบับที่ ๖๔
เมษายน - มิถุนายน ๒๕๔๘

บุคคลเกียรติยศ

ประกาศเกียรติคุณบุคคลเกียรติยศ มูลนิธิโกมลคีมทอง

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว กลุ่มอนุรักษ์เชียงของ

 

ในทางมิติความโยงใยสัมพันธ์อันหลากหลาย เมื่อเอ่ยถึง “เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมล้านนา” เราย่อมหมายถึง องค์กร กลุ่ม ชุมชน หมู่บุคคล เรื่อยไปจนถึงตัวปัจเจกชนจำนวนมากไปด้วย ซึ่งทั้งหมดนั้นต่างก็มีอุดมคติ ความคิดฝัน จินตนาการ และแรงบันดาลใจอันหลายหลาก หากล้วนเกาะเกี่ยวกันอยู่บนรากฐานความเคารพ ยอมรับความศักดิ์สิทธิ์และศักดิ์ศรีของนานาชีวิต ที่ดำรงอยู่ในท่ามกลางโลกธรรมชาติ แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะประกอบขึ้นด้วยคนเล็กคนน้อย และหน่วยงานที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่โต ดังเช่น โครงการแม่น้ำชุมชน สมาคมสร้างสรรค์ชีวิตเชียงราย กลุ่มพี่น้องน้ำอิง กลุ่มรักษ์เชียงของ เป็นต้น ทว่าเมื่อรวมตัวกันอย่างหนาแน่นแล้ว ก็กลายเป็นเครือข่ายอย่างแข็งแกร่ง จนอาจสร้างความสั่นไหวให้แก่กลุ่มทุน และอำนาจรัฐ ทั้งในและนอกพระราชอาณาจักร ดังกับโครงการระเบิดแก่ง เพื่อเบิกทางแก่เรือสินค้าขนาดใหญ่ ในลำน้ำโขง จนชะงักงันมาแล้วอย่างได้ผล ที่จังหวัดเชียงราย

          ในมิติมุมมองที่ลึกซึ้งลงไป ความเป็นมา และบทบาทการเคลื่อนไหว ของกลุ่มคน และตัวบุคคลเล็ก ๆ ที่ร่วมกันสานก่อให้เกิดเป็น เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมล้านนาขึ้นนั้น นับว่ามีความสำคัญอย่างควรแก่การพิจารณา ดังในกรณีของกลุ่มรักษ์เชียงของ ซึ่งก็เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของคนระดับรากหญ้าลงไปอีก ทั้งที่มีอาชีพเป็นตำรวจ หมอ ครู พ่อค้า ชาวบ้าน ที่ตื่นตัวในเรื่องความเปลี่ยนแปลงไปของบ้านเมือง โดยอาศัยการจุดประกายของนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว แต่ครั้งยังรับราชการเป็นครูใหญ่อยู่ที่โรงเรียนในอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเริ่มต้นจับปัญหาเรื่องป่าต้นน้ำห้วยตอง ด้วยการเรียกร้องรณรงค์ให้สาธารณชนชาวเชียงของ รับรู้ และเข้าใจปัญหาเรื่องป่าต้นน้ำ ให้หาทางออกร่วมกันกับชนเผ่าชาวม้งเพื่อซื้อชีวิตต้นไม้คืนให้ผืนป่า ต่อมาจนถึงการซื้อชีวิตปลาบึกคืนแก่แม่น้ำโขง การเคลื่อนไหวเรียกร้องเสนอเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ กระทั่งร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลผลกระทบของโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๕

          อย่างไรก็ตาม นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ได้ลาออกจากอาชีพครูมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ หลังจากที่เขามองเห็นว่า ระบบการศึกษาที่มุ่งรับใช้ความโลภไปเรื่อย ๆ เพื่อสร้างคนที่เห็นแก่ตัว แล้วมอบความเป็นที่หนึ่งให้เป็นเกียรติยศนั้น ไม่น่าจะใช่จุดหมายของการศึกษาที่แท้จริง และเมื่อสัมฤทธิ์ผลของระบบการศึกษาคือผลิตผลของความโลภแล้ว นั่นย่อมหมายความว่าเนื้อหาการศึกษาสั่งสอนให้เรายอมรับความคิดที่เป็นเผด็จการ หาได้สั่งสอนในเรื่องความเป็นประชาธิปไตย ที่จะเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนวิจารณ์ครูได้ ให้ครูวิจารณ์ผู้บริหารได้ และให้ผู้บริหารวิจารณ์ผู้บริหารของตนได้

          หลังจากหันหลังให้กับอาชีพตำแหน่งที่ถือกันว่าเป็นหลักประกันความมั่นคง เมื่อปี ๒๕๓๙ นายนิวัฒน์ออกดั้นด้นค้นหาตำแหน่ง “ที่ยืน” ของตน ด้วยการดำเนินชีวิตหลายรูปแบบ ทั้งทำบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว ทำสวนผักปลอดสารพิษ ทำนา และอีกหลายอย่าง ก่อนหน้านี้นายนิวัฒน์ถูกตั้งคำถามว่า คิดอย่างไรกับเงินค่าตอบแทนในตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ที่ใคร ๆ ก็ล้วนอยากได้ คำตอบของเขาก็คือ “ถ้าเราจะหาเงิน หรืออยากรวยจริง ๆ นั้นไม่ยาก เพียงแต่ทิ้งคุณธรรมไปสักอย่างสองอย่าง ก็รวยแล้ว แต่เราไม่ได้ต้องการอย่างนั้น เราน่าจะมีวิถีที่ดีกว่านั้น”

          กว่าที่จะกลายมาเป็นผู้ก่อการ “กลุ่มรักษ์เชียง--ของ” ที่สัมพันธ์สืบเนื่องจนกลายเป็นองคาพยพหนึ่งของ “เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒน--ธรรมล้านนา” ในท่ามกลางการค้นหาตัวตนบนหนทางเดินที่เหมาะเจาะนั้น แทบจะเป็นเรื่องปรกติ ที่จะต้องมีสายตาและริมฝีปากมากคู่ มองดูและพูดถึงเขาอย่างไม่เข้าใจ ซึ่งส่วนใหญ่ย่อมหนีไม่พ้นข้อกล่าวหาว่าเขาเป็นคน “วิกลจริต” แต่ด้วยการเลือกวิถีชีวิตที่พร้อมจะเผชิญกับความแตกต่างหลากหลายอย่างไม่ไหวหวั่น ที่สุดนายนิวัฒน์ได้พบถึงหนแห่งที่เขาเชื่อว่าเป็นที่ยืนของตนเองด้วยความมั่นอกมั่นใจ ดังคำพูดของเขาที่ให้ไว้ว่า “ผมรู้ว่าผมบ้าอะไร ในความบ้าของผม ผมมุ่งไปสู่อะไร แต่พวกที่ว่าผมบ้านั้น เขายังไม่รู้จักเป้าหมาย ผมว่าเขา ‘บ้าหลายอย่าง’”

          อาศัยความมุ่งมั่นของปัจเจกชน – ขบถคนเล็ก ๆ คนหนึ่ง ที่หลีกเว้นตนออกจากหนทางกระแสหลัก โดยความหวังว่า อาจจะค้นหาได้พบถึงตำแหน่งแห่งหน และตัวตนของตนเอง จนกระทั่งส่งแรงกระทบเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คน กลุ่ม องค์กร ชุมชน จนกลายเป็นเครือข่ายรอบ ๆ ข้าง อย่างกว้างไกลออกไป ดังเช่นบทบาทอันได้กระทำมาอย่างต่อเนื่องของนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว จนกระทั่ง ณ วันนี้ ซึ่งยังนับเป็นวันครบรอบอายุ ๔๔ ปีบริบูรณ์ของเขาอีกด้วย

          จึงสมควรให้มีการยกย่องนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว “กลุ่มรักษ์เชียงของ” เป็นบุคคลเกียรติยศประจำปี ๒๕๔๘ ของมูลนิธิโกมลคีมทอง...

หน้าแรก | กลุ่มเสขิยธรรม | ความเคลื่อนไหว | ประเด็นร้อน | ศาสนธรรมกับชีวิตและสังคม
นักบวชกับสังคมร่วมสมัย |> จดหมายข่าวเสขิยธรรม | รวมเว็บน่าสนใจ | แผนผังไซต์
เสขิยธรรม www.skyd.org
สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน

กลุ่มเสขิยธรรม ภายใต้มูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ ๑๔/๖๓ หมู่บ้านสวยริมธาร ๒ ซอย ๕
ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก แขวง/เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ๑๐๑๗๐
โทร. ๐๒-๘๐๐-๖๕๒๖ ถึง ๘, ๐๖-๗๕๗-๕๑๕๖ โทรสาร ๐๒-๘๐๐-๖๕๔๙
... อีเมล: seki@skyd.org